Archive for the ‘บทความและความเชื่อในตัวเลข’ Category
หลักการดูราคาของเบอร์
วันนี้ผมจะมาวิเคราะห์หลักการดูเบอร์ว่าทำไมแต่ละราคาถูกแพงแตกต่างกันยังไง
- ในการดูความสวยของเบอร์เริ่มแรกนั้นให้ดูจากการซ้ำของเลข ยิ่งมีเลขซ้ำมากๆ มากเท่าไหร่ยิ่งหายากเท่านั้น ทำให้ราคาสูงตามไปด้วย
เช่น 08xyyyyyyy ลองคำนวณเล่นๆดูก็ได้นะครับว่าเบอร์แนวนี้กี่เบอร์จะมีซักเบอร์ครับ ดูตามจำนวนหลักแล้วไม่ต้องคิดเยอะเลยครับ หลักสิบล้านหมายเลขจะมีซักเบอร์ครับ สิบล้านเบอร์จะมีเบอร์แบบนี้แค่สิบเบอร์ ทำให้ราคาสูงมากเพราะหายากมาก
แล้วส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับคนใหญ่คนโตและคนรวยในสังคมครับ คนทั่วไปคงจะได้เบอร์แบบนี้ไปใช้ยากครับ เบอร์เจ็ดหลักซ้ำแบบนี้จะต้องมีค่ารักษาเบอร์รายเดือนด้วยนะครับ เป็นหลักหมื่น แล้วก็ต้องรู้จักคนที่อยู่ในองค์กรมือถือด้วยครับถึงจะได้เบอร์แบบนี้ออกมาใช้ อิๆ มาวิเคราห์ให้น้ำลายไหลกันเล่นๆ
แต่เอาเป็นว่าถึงไม่ได้ใช้เลขแบบนี้ก็ไม่เป็นไรครับ คิดไปคิดมาก็เหมือนพระดังๆที่หากันยากๆนั่นแหละครับ ต้องมีเส้นสาย มีทุนทรัพย์ในการเช่า ผมแนะนำครับว่าเราก็เลือกใช้เลือกซื้อเบอร์เท่าที่งบเรามีครับ และเลือกเบอร์ที่เราคิดว่าชอบ แค่นั้นก็มีมูลค่าสูงสำหรับเราเช่นกันครับ แต่ถ้ายังอยากได้เลขซ้ำหลายๆตัว ให้ดูนะครับว่าถ้าเลขซ้ำ ๆ จากท้ายขึ้นมาจากขวาไปซ้าย ยิ่งเลขซ้ำมาก ยิ่งแพงขึ้นตามตัวครับ
- เบอร์ที่เลือกนั้นเรียงขึ้นจากซ้ายไปขวา จะมีราคาสูงกว่าเรียงลงคือจากขวาไปซ้าย
เช่นเราเลือกเบอร์ 08×1234567 จะมีราคาสูงกว่าเบอร์ 08×7654321 แน่นอนครับเหมือนกับชีวิตคนที่ต้องการจะก้าวหน้าไปนั่นเองครับ ใครๆก็อยากจะก้าวหน้าใช่ไหมครับ การก้าวขึ้นของเบอร์จึงทำให้ราคาสูงกว่าเบอร์ที่นับลง แต่จริงๆแล้วก็มีลูกค้าหลายท่านไม่ถือเรื่องนี้นะครับ เพราะมีข้อดีเช่นกันสำหรับเบอร์เรียงลงนั้นเวลาเราอ่านหรือให้ใครจำก็จำง่ายเช่นกันไม่ต่างจากเบอร์ที่เรียงขึ้น
ข้อดีที่เห็นเด่นชัดจริงๆก็คือราคาจะถูกกว่าเบอร์ที่เรียงขึ้นพอสมควรทั้งๆที่เป็นเลขเดียวกันสลับขึ้นกับลงเท่านั้น เหมาะสมสำหรับคนงบไม่มากสามารถจับต้องได้ง่ายครับ เบอร์ก็มีความสวยด้วย ความเชื่อที่ว่านับลงแล้วเหมือนก้าวลงนั้นก็เป็นเหมือนแค่ความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น ผมว่าอยู่ที่ความขยันและมุมมองในเรื่องชีวิตและการทำงานมากกว่าครับ
- ตัวเลขที่นิยม และรสนิยมของแต่ละคนในการเลือก
เมื่อพูดถึงเรื่องรสนิยม ความชอบ ความคลั่งไคล้ ไม่ต้องแค่เรื่องซิมเรื่องเบอร์หรอกครับ แต่ละคนย่อมมีความชอบแตกต่างกันอยู่แล้วไม่ว่าจะการกิน การอยู่ ความเชื่อ การใช้ชีวิต เบอร์ก็เหมือนกันตัวเลขที่นิยมเช่นหมายเลข 9 ในเมืองไทยก็อ่านได้ว่าเก้า ก้าวหน้า ก็แปลไปได้ว่าใช้แล้วรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น เบอร์ 8 ก็จะมีความเชื่อมาจากคนไทยเชื้อสายจีนที่ชอบกันมาก เพราะหมายถึงความไม่สิ้นสุด ตัวเลขนั้นก็เหมือนเครื่องหมายอินฟินิตี้ แสดงว่ารุ่งเรือง ล่ำซำ สิ่งดีๆวนเวียนกลับไปกลับมาหาตัวเราไม่สิ้นสุด
แล้วก็มีอีกหมายเลขที่มีทั้งความหมายและความเชื่อที่แตกต่างกัน เหมือนเบอร์ 168 พออ่านผ่านๆก็เหมือนเลขธรรมดาไม่สวยอะไรนักหนา แต่ในภาษาจีนเขาหมายความว่า รวยสุดๆ รวยมหาศาล มโหฬาร ทำให้เลขนี้ราคาสูงมากไม่แค่วงการซิมมือถือเท่านั้น ทั้งวงการทะเบียนสวย วงการตัวเลขต่างๆก็นิยมมาก ขนาดรายการยังมีชื่อนี้เลยเห็นไหมครับ
เบอร์ตอง เบอร์เรียง เบอร์สลับ มีหลายๆเลขก็มีความหมายเฉพาะเจาะจงกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าใช้แล้วสบายใจและตั้งหน้าตั้งตาลุยทำมาหากิน ถือว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เป็นเครื่องมือในทางอ้อมให้คนจำเบอร์เราง่าย อันนี้ผมก็เห็นด้วยและสนับสนุน 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ แต่ไม่ใช่ว่าหาเบอร์ที่มีความหมายดีแต่กลับนอนรอโชคชะตา ไม่คิดก้าวหน้าด้วยฝีมือและความอดทนของตัวเอง ไม่ว่าจะเบอร์หรือเลขอะไร ความหมายแบบไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ ถ้าเป็นแบบนั้นก็แนะนำให้เลือกเบอร์ที่ราคาเหมาะสมกับเราดีกว่าครับจะได้ไม่เดือดร้อนครอบครัวและคนรอบข้าง แต่ถ้าคนไหนมีทุนทรัพย์ มีความเชื่อ มีความขยันทำมาหากิน อยากให้ดวงช่วยเกื้อหนุนก็ส่งเสริมอีกแรงครับ เลือกความหมายที่ชอบที่สุดได้เลยนะครับ เหมือนกับที่ผมเคยได้ยินมาว่าชีวิตคนเราแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ กรรมเก่า การกระทำ และดวง
ซึ่งกรรมเก่าเราแก้ไม่ได้ต้องหมั่นทำบุญและทำความดีมากๆเพื่อช่วยแก้และบรรเทา ด้านการกระทำ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ขยันก็ไม่อด สู้สุดๆก็มีสิทธิ์รวย ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนดวงนั้นเป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ แต่ละคนมีพื้นฐานดวงต่างกันไปแล้วแต่โชคชะตา แต่ถ้ามีของที่พึ่งทางใจบ้างและอาจจะช่วยเราได้ทางอ้อม (ไม่ได้แนะนำให้งมงายนะครับ) ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ถ้าคนเราขยันเหมือนกัน เก่งพอกัน ก็ชนะกันที่เรื่องนี้แหละครับ(เก่งบวกเฮ็ง)
เฟซบุ๊คสุดฮิต 13 ล้าน Accounts!
ปัจจุบันประเทศไทยมี Account ของเฟซบุ๊คกว่า 13 ล้าน account และมีอัตราส่วนของผู้ใช้ที่เป็นผู้หญิงและผู้ชายในอัตราที่ใกล้เคียงกัน และมีกลุ่มของผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคนเป็น 62.6 เปอร์เซ็นต์ แสดงถึงความนิยมในการใช้งานของเฟซบุ๊คในประเทศไทย
บริษัทใหญ่ๆ ต่างๆ เล็งเห็นถึงความสำคัญและการเข้าถึงเฟซบุ๊คจึงได้มีการทำสื่อโฆษณาและใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายเพราะเฟซบุ๊คมีการใช้งานที่สามารถแยกแยะคนตามรายละเอียดที่ลงไว้ในเฟซบุ๊ค ทั้งอายุ ที่อยู่อาศัย หรือความสนใจต่างๆ ซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ต่อการโฆษณาและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ เช่น อันดับ 1 คุณ ตัน โออิชิ
และสามารถประกาศข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางเฟซบุ๊คได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นยอดขายและกระตุ้นให้ลูกค้ามีความสนใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการติดต่อสอบถามข้อสงสัยต่างๆ
การติดตามการเคลื่อนไหว หรือ การกดไลค์ (Like) ว่าถูกใจหน้าเพจนี้ จะทำให้ทางบริษัทรู้ระดับความสนใจของลูกค้าและความต้องการต่างๆ ของเป้าหมายรวมถึงระดับของเป้าหมาย ซึ่งในส่วนนี้สามารถนำไปสร้างกลยุทธ์หรือแผนทางการตลาดอื่นๆ ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เบอร์สวย
ทางเว็บผมก็ใช้เครือข่าย Facebook ในการกระจ่ายข่าวและช่วยเหลือในการโปรโมทเช่นกัน สามารถติดตามเราได้ที่ http://www.facebook.com/sudrich
และที่สำคัญคือเฟซบุ๊คมีข้อดีที่ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเหมือนกับช่องทางการโฆษณาอื่นๆ ที่ต้องใช้ทั้งเวลา และเงินมากกว่าช่องทางการสื่อสารทางเฟซบุ๊ค ที่กดเพียงไม่กี่คลิกก็สามารถกระจายข่าวสาวให้คนเป็นล้านภายในวินาทีเดียวได้!
ผู้ค้ารายเล็กบน Facebook สำเร็จได้ยังไง
เฟสบุ๊ค มหาอำนาจสังคมออนไลน์ตอนนี้มีคนใช้เป็นพันล้านคน
ทั้งบุคคลทั่วไปและร้านค้า ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ fb เป็นสื่อกลางและประชาสัมพันธ์เวลาทำธุรกิจกับลูกค้า ทั้งหน้า facetime หน้า fanpage ต่างๆ ซึ่งมีหลายคนมากนำมาทำธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีหลายร้าานสามารถทำธุรกิจได้ดีและเติบโตต่อเนื่องจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว ตัวอย่างสามารถดูจากร้านเล็กๆหลายๆรายที่สำเร็จเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ได้
(เว็บเบอร์สวยของผมก็ทำเช่นกันที่ http://facebook.com/sudrich )
กลยุทธ์ต่างๆที่ผมไปอ่านเจอและสรุปมาให้อ่านกันครับ
* พยายามเริ่มต้นเล็กๆ ไม่ลงทุนมาก ขายจากของที่มีอยู่แล้วหรือลงทุนให้น้อยที่สุด ทำการสำรวจตลาดก่อนด้วยถ้ามีเวลาและเน้นแชร์ข้อมูลให้มากอย่าเน้นแต่ add คนเพิ่ม เน้นข้อมูลและสินค้าให้น่าสนใจ มีเรื่องราวและความแตกต่าง เอาง่ายๆมันคือสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้คนสนใจในเรื่องราวต่างๆมากที่สุดก็จะทำให้ขายของได้ไปในตัว
* เข้าใจในสินค้า การผลิต ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง ยกตัวอย่างเช่นเพื่อนผมเพ้นทกระเป๋าขาย เขาก็จะมีความรู้ในเรื่องอุปกรณ์ การถักกระเป๋า การลงสี การรักษาสีให้ทนนาน รักษาสภาพสินค้า ทำให้ขายสินค้าได้และเปิดสอนได้อีกทางด้วย ตอนหลังๆรายได้จากสอนก็สูสีกับการขายผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว หัวข้อนี้จริงๆแล้วผมจะบอกว่าเราควรเน้นการบริหารจัดการให้ดี และต้องชำนาญหรือขายในสิ่งที่เรารู้ข้อมูลจริงๆจะทำให้คนที่เข้ามาถามหรือตามเราติดใจและอยากพูดคุยเป็นการเริ่มต้นในความสัมพันธ์ที่ดี พอสัมพันธ์ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วสินค้าดีก็ขายไปได้ในตัวมันเอง
*ร่วมกับเครือข่ายและสังคมเว็บอื่น เหมือนเรากระจายสังคมเราไปในแวดวงอื่นๆบ้าง แทนที่จะอยู่ในพื้นฐานของสินค้าและชุมชนเล็กๆของตัวเอง และอาจจะทำให้เราเปิดธุรกิจใหม่ๆหรือเสริมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเก่าเราด้วยก็ได้ ดีไม่ดีอาจจะได้พันธมิตรใหม่ๆด้วยครับ
สุดท้ายนี้จากเว็บขายเบอร์สวย จำง่าย ผมอยากบอกว่าสำหรับผู้ที่ทำเว็บออนไลน์ทั้ง e-commerce หรือขายบนหน้า fb อยู่ก็อยากให้ดูการตลาดและการทำหน้าเว็บบนมือถือไว้บ้างนะครับ เพราะตอนนี้ smartphone มาแรงมาก และมีโปรแกรมรองรับการเขียนเว็บออกมาเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันคนในสังคมเมืองแทบจะออนไลน์กันตลอดเวลา เช็กอะไรก็เช็กบนมือถือ ถ้าไม่ได้ทำงานจริงๆก็แทบจะไ่ม่จับคอมพิวเตอร์ก็มีเยอะครับ ขอให้โชคดีกับการตลาดบนสังคมอินเตอร์เน็ทครับผม



