การตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่ซื้อ
เมื่อเราเลือกรุ่นและราคาโทรศัพท์มือถือที่ซื้อแล้วและได้ทำการซื้อโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราควรพิจารณาต่อไปคือ
1 ตรวจสอบเลขอีมี่
หรือ International Mobile Station Equipment Identity (IMEI) เป็นตัวเลขจำนวนสิบห้าหลักซึ่งเป็นรหัสประจำตัวของเครื่องโทรทัศน์มือถือแต่ละเรื่องซึ่งจะไม่มีซ้ำกัน สามารถดูเลขอีมี่ได้จาก
-บริเวณจะอยู่ในช่องใส่แบตเตอรี่ ด้านหลังเครื่องโทรศัพท์มือถือ
-เช็คที่หน้าจอหน้าจอ ให้ทำการเปิดเครื่องใช้งานตามปกคิแล้วกดปุ่ม *#06# แล้วจะหมายเลขอีมี่จะปรากฏขึ้นที่หน้าจอ
-ที่กล่องบรรจุภัณฑ์ จะมีการติดสติกเกอร์หมายเลขอีมี่ที่ข้างกล่อง
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลขอีมี่ของโทรศัพท์มือถือตรงกับหมายเลขอีมี่ในจุดต่างๆ หากว่าไม่ตรงกันแสดงว่าผู้ขายนำเครื่องเก่ามาขาย
2 ตรวจสอบเวลาในการใช้งานโทรศัพท์ (Life time)
ทำได้โดยกดปุ่ม *#92702689# ถ้าหากเป็นเครื่องใหม่เวลาควรจะเป็น 0 เพราะยังไม่เคยเปิดใช้งาน แต่รหัสที่ว่านี้สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกียยี่ห้อเดียวเท่านั้น ยี่ห้ออื่นต้องลองหาข้อมูลหรือลองสอบถามจากผู้ขายดูนะครับ เช็คไว้เผื่อโดนย้อมแมวกรณีเครื่องไม่ได้แกะออกมาจากกล่องโดยตรง
3 ตรวจสอบว่าโทรศัพท์มือถือที่จะซื้อมีการรับประกัน
เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในคุณภาพของสินค้า โทรศัพท์มือถือที่มีการนำเข้าอย่างถูกกฏหมายจะใบรับประกันทุกเครื่อง และอย่างน้อยจะต้องมีการบริการหลังการขาย เช่น การให้บริการซ่อมเครื่องโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ช่วงหนึ่ง
สิ่งสำคัญในการรับประกันสินค้า
-ต้องมีใบเสร็จรับเงินซึ่งเป็นใบกำกับภาษีโดยลงวันที่อย่างชัดเจน (ไม่ใช่บิลเงินสด)
-การลงเลขวันเดือนปีของ วอยด์ (Warranty void) ที่เครื่องโทรศัพท์มือถือและที่ใบกำกับภาษีต้องมีตัวเลขที่ตรงกัน ถ้าหากไม่ตรงกันให้ยึดตามวันที่ที่ใบกำกับภาษีเป็นสำคัญ
หลักทั่วไปของการรับประกันสินค้า
การนับวันรับประกันสินค้าจากการขายให้อ้างอิงจากใบกำกับภาษี จากวอยด์ (Warranty void) ของร้านที่จำหน่าย และจากวอยด์ ของบริษัทผู้จำหน่าย การประกันตัวเครื่องในปัจจุบันนั้นผู้ให้บริการจะพิจารณาจากใบเสร็จรับประกันเป็นเครื่องยืนยันระหว่างที่อยู่ในประกัน ควรระมัดระวังไม่ทำโทรศัพท์ตกน้ำ ทำหล่น หรือความเสียหายใดๆ ต่อตัวเครื่อง เพราะส่วนใหญ่ประกันจะไม่รับผิดชอบส่วนนี้เพราะเกิดจากความสะเพร่าของผู้ใช้เอง และไม่ควรนำเครื่องไปให้ร้านที่ไม่ใช่ตัวแทนซ่อม และอย่าแกะเครื่องเพราะประกันจะมีปัญหาเนื่องจากอาจจะมีสติ๊กเกอร์รับประกันแปะอยู่
4 ตรวจสอบดูค่า ซาร์ (sar)
ความปลอดภัยจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้ทุกคนพึงตระหนักไว้ โดยปกติแล้วโทรศัพท์มือถือที่มีการนำเข้าอย่างถูกกฏหมายจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จากต่างประเทศหรือภายในประเทศคือ หน่วยงาน กทช. เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้จะปลอดภัยจากการใช้โทรศัพท์มือถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากสัญญาณโทรศัพท์ รายละเอียดของค่าซาร์ หรือค่าอัตราการดูดกลืนพลังงานจำเพาะ (Specific Absorption Rate -SAR) จะถูกระบุอยู่ในหนังสือคู่มือการใช้งานโทรศัพท์มือถือยี่ห้อนั้นๆ
ข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์จากการใช้โทรศัพท์มือถือ คือเครื่องสื่อสารที่มีส่วนประกอบในการส่งสัญญาณหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ใกล้กับศีรษะ หรืออยู่ห่างจากร่างกายน้อยกว่า 20 เซนติเมตร ในตำแหน่งการใช้งานปกติ จะต้องได้รับการประเมินค่าว่าเป็นไปตามมาตรฐานข้อกำหนดของความปลอดภัยในการใช้งาน
การซื้อโทรศัพท์มือถือ
เดี๋ยวนี้การซื้อโทรศัพท์มือถือนั้นง่ายดายมากเหมือนเข้าสะดวกซื้อ ร้านขายมีมากทั้งในห้างสรรพสินค้าต่างๆซึ่งมีขายมากพอๆกับซิมเบอร์โทรศัพท์มือถือเลย
ซึ่งในตลาดทั่วไปจริงๆแล้วก็สะดวกต่อผู้บริโภคนะครับแต่หลังๆก็มีโทรศัพท์ออกมาหลากยี่ห้อและหลากรุ่นสวยๆมากมาย แต่มันกลับทำให้ยากในการตัดสินใจในการเลือกซื้ออยู่เหมือนกันและพอมีหลายรุ่นก็ทำให้เสี่ยงต่อผู้บริโภคด้วยเพราะอาจจะเจอสินค้าด้อยคุณภาพหรือที่เรียกว่าสินค้าย้อมแมวนั่นเอง เนื่องจากโทรศัพท์นั้นเป็นเทคโนโลยี่ที่สลับซับซ้อนอยู่ในตัว ดังนั้นก่อนที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือซักเครื่อง ผู้บริโภคก็น่าจะมีความรู้ในการพิจารณาบ้าง มีขั้นตอนดังนี้
1.เมื่อคิดจะซื้อมือถือผู้บริโภคควรศึกษาล่วงหน้าและกำหนดความต้องการให้ชัดเจนก่อนจะซื้อ
คิดถึงความจำเป็นในการใช้ ลักษณะนิสัยของเรา ใช้เทคโนโลยีแค่ไหน ซื้อเท่าที่เราจำเป็นและไม่ควรซื้อเครื่องราคาแพงถ้าใช้เทคโนโลยีของเครื่องนั้นไม่คุ้มค่า เช่น คนสูงอายุ ก็ควรเน้นแค่รับสายเข้าและโทรออกก็ไม่จำเป็นต้องขนาดใช้ไอโฟน หรือเครื่องที่มีลูกเล่นมาก ถ้าเป็นกลุ่มวัยทำงานก็ใช้เครื่องที่มีเทคโนโลยีมากหน่อยก็ได้เพราะน่าจะมีฟังชั่นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงๆทั้งการต่ออินเตอร์เน็ท จดบันทึก ข้อความ ถ่ายภาพ โปรแกรมต่างๆที่เขียนกันขึ้นมารองรับการใช้งานด้านต่างๆ หรือถ้าต้องการซื้อเพราะชอบที่รูปลักษณ์ความสวยของเครื่อง ใช้แล้วดูโก้หรูก็แนะนำให้ซื้อเหมาะกับฐานะและทุนทรัพย์นะครับ (เงื่อนไขตอนท้ายก็คล้ายๆกับการชอบซิมเบอร์สวยครับ แนะนำให้เลือกที่เหมาะกับความชอบของตัวเองและงบในกระเป๋าครับ)
2.การเลือกร้านที่จะซื้อโทรศัพท์หรือซิมเบอร์มือถือ
เน้นเลยนะครับว่าควรจะเลือกร้านที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านตัวแทนจำหน่าย แต่ถ้าเป็นร้านค้าทั่วไปก็ต้องขอดูใบรับประกันสินค้าจากศูนย์บริการยี่ห้อมือถือนั้นๆ ดูการรับประกันว่ามีการรับประกันนานแค่ไหน มีสติกเกอร์ชัดเจน ไม่ขาด ไม่มีรอยแกะหรือลอกออก เนื่องจากปัจจุบันมีสินค้าเลียนแบบจากจีนเข้ามามากมาย บางยี่ห้อไม่ได้รับรองการใช้งานเพราะใช้การลักลอบหรือหิ้วเข้ามา มือถือพวกนี้จะไม่มีใบรับประกันสินค้า ส่วนใหญ่ร้านค้าจะรับประกันสินค้าเองและรับประกันเป็นระยะเวลาสั้นๆ และสินค้าพวกนี้จะไม่ได้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภค สินค้าไม่ได้มาตรฐานอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันมานักต่อนักครับ เช่น แบตเตอรี่ระเบิด ระยะเวลาใช้งานสั้นต้องชาร์ตไฟบ่อยๆ อายุใช้งานของมือถือเครื่องนั้นๆสั้นกว่าปกติ (รวมไปถึงซิมมือถือสวยๆด้วยครับ ก่อนจะซื้อเบอร์สวยก็แนะนำให้เช็คด้วยว่าเบอร์นั้นๆโทรติดแล้วหรือไม่ ถ้าไม่น่าไว้วางในลองโทรเข้าศูนย์เลยว่าเบอร์นี้ใช้งานแล้วหรือยัง ถ้าใช้แล้วคนลงทะเบียนคือใครจะได้ไม่ถูกหลอกครับ)
3.เมื่อเลือกร้านได้แล้ว
ให้ยึดมั่นในจุดยืนของเราทั้งการดูใบรับประกัน การดูศูนย์บริการหลังการขาย โทรศัพท์แบบไหนที่เราต้องการอย่างแท้จริงเหมาะกับการใช้งานของเรา อย่าไปหลงกับรุ่นใหม่ๆเพราะโทรศัพท์และสินค้า IT เครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้มีออกมาและอัพเดททุกวัน เลือกที่เราใช้งานจริงๆดีกว่า อย่าไปฟังคนขายเชียร์มากเพราะคนขายก็ต้องนำเสนอและอยากให้เราซื้อเครื่องที่ราคาสูงๆอยู่แล้วแต่อาจจะเกินศักยภาพของเรา มีจุดยืนที่แน่นอนจะทำให้เราไม่ต้องเสียเงินแพงเกินความจำเป็น แค่นี้เราก็จะได้โทรศัพท์มือถือที่ถูกใจและถูกกระเป๋าเราได้ไม่ยากครับ (เหมือนกับซื้อเบอร์มือถือกับทางเรา เราก็จะไม่เชียร์ให้ซื้อเบอร์สวยราคาแพงอย่างเดียวครับ ผมแนะนำให้เลือกเลขที่เราชอบ หมวดที่เราถูกใจจริงๆ แล้วก็ดูราคาตามที่เราไหว เช่น เรายังเรียนอยู่หรือพึ่งเริ่มทำงานแต่อยากใช้เบอร์ที่จำง่ายทางผมก็แนะนำเบอร์ราคา 999 ถึงแค่หลักพันกว่าสองพันกว่าก็พอครับ ส่วนถ้าคุณลูกค้าเป็นนักธุรกิจใหญ่ มีกิจการ การค้า การลงทุน แล้วต้องการซิมที่สวยมากๆ อยากให้ลูกค้าจำได้ง่ายๆราคาสูงหน่อยก็ไม่เป็นปัญหา แบบนี้ก็แนะนำให้เลือกตามที่ชอบได้เลยครับผม)
หลักการดูราคาของเบอร์
วันนี้ผมจะมาวิเคราะห์หลักการดูเบอร์ว่าทำไมแต่ละราคาถูกแพงแตกต่างกันยังไง
- ในการดูความสวยของเบอร์เริ่มแรกนั้นให้ดูจากการซ้ำของเลข ยิ่งมีเลขซ้ำมากๆ มากเท่าไหร่ยิ่งหายากเท่านั้น ทำให้ราคาสูงตามไปด้วย
เช่น 08xyyyyyyy ลองคำนวณเล่นๆดูก็ได้นะครับว่าเบอร์แนวนี้กี่เบอร์จะมีซักเบอร์ครับ ดูตามจำนวนหลักแล้วไม่ต้องคิดเยอะเลยครับ หลักสิบล้านหมายเลขจะมีซักเบอร์ครับ สิบล้านเบอร์จะมีเบอร์แบบนี้แค่สิบเบอร์ ทำให้ราคาสูงมากเพราะหายากมาก
แล้วส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับคนใหญ่คนโตและคนรวยในสังคมครับ คนทั่วไปคงจะได้เบอร์แบบนี้ไปใช้ยากครับ เบอร์เจ็ดหลักซ้ำแบบนี้จะต้องมีค่ารักษาเบอร์รายเดือนด้วยนะครับ เป็นหลักหมื่น แล้วก็ต้องรู้จักคนที่อยู่ในองค์กรมือถือด้วยครับถึงจะได้เบอร์แบบนี้ออกมาใช้ อิๆ มาวิเคราห์ให้น้ำลายไหลกันเล่นๆ
แต่เอาเป็นว่าถึงไม่ได้ใช้เลขแบบนี้ก็ไม่เป็นไรครับ คิดไปคิดมาก็เหมือนพระดังๆที่หากันยากๆนั่นแหละครับ ต้องมีเส้นสาย มีทุนทรัพย์ในการเช่า ผมแนะนำครับว่าเราก็เลือกใช้เลือกซื้อเบอร์เท่าที่งบเรามีครับ และเลือกเบอร์ที่เราคิดว่าชอบ แค่นั้นก็มีมูลค่าสูงสำหรับเราเช่นกันครับ แต่ถ้ายังอยากได้เลขซ้ำหลายๆตัว ให้ดูนะครับว่าถ้าเลขซ้ำ ๆ จากท้ายขึ้นมาจากขวาไปซ้าย ยิ่งเลขซ้ำมาก ยิ่งแพงขึ้นตามตัวครับ
- เบอร์ที่เลือกนั้นเรียงขึ้นจากซ้ายไปขวา จะมีราคาสูงกว่าเรียงลงคือจากขวาไปซ้าย
เช่นเราเลือกเบอร์ 08×1234567 จะมีราคาสูงกว่าเบอร์ 08×7654321 แน่นอนครับเหมือนกับชีวิตคนที่ต้องการจะก้าวหน้าไปนั่นเองครับ ใครๆก็อยากจะก้าวหน้าใช่ไหมครับ การก้าวขึ้นของเบอร์จึงทำให้ราคาสูงกว่าเบอร์ที่นับลง แต่จริงๆแล้วก็มีลูกค้าหลายท่านไม่ถือเรื่องนี้นะครับ เพราะมีข้อดีเช่นกันสำหรับเบอร์เรียงลงนั้นเวลาเราอ่านหรือให้ใครจำก็จำง่ายเช่นกันไม่ต่างจากเบอร์ที่เรียงขึ้น
ข้อดีที่เห็นเด่นชัดจริงๆก็คือราคาจะถูกกว่าเบอร์ที่เรียงขึ้นพอสมควรทั้งๆที่เป็นเลขเดียวกันสลับขึ้นกับลงเท่านั้น เหมาะสมสำหรับคนงบไม่มากสามารถจับต้องได้ง่ายครับ เบอร์ก็มีความสวยด้วย ความเชื่อที่ว่านับลงแล้วเหมือนก้าวลงนั้นก็เป็นเหมือนแค่ความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น ผมว่าอยู่ที่ความขยันและมุมมองในเรื่องชีวิตและการทำงานมากกว่าครับ
- ตัวเลขที่นิยม และรสนิยมของแต่ละคนในการเลือก
เมื่อพูดถึงเรื่องรสนิยม ความชอบ ความคลั่งไคล้ ไม่ต้องแค่เรื่องซิมเรื่องเบอร์หรอกครับ แต่ละคนย่อมมีความชอบแตกต่างกันอยู่แล้วไม่ว่าจะการกิน การอยู่ ความเชื่อ การใช้ชีวิต เบอร์ก็เหมือนกันตัวเลขที่นิยมเช่นหมายเลข 9 ในเมืองไทยก็อ่านได้ว่าเก้า ก้าวหน้า ก็แปลไปได้ว่าใช้แล้วรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น เบอร์ 8 ก็จะมีความเชื่อมาจากคนไทยเชื้อสายจีนที่ชอบกันมาก เพราะหมายถึงความไม่สิ้นสุด ตัวเลขนั้นก็เหมือนเครื่องหมายอินฟินิตี้ แสดงว่ารุ่งเรือง ล่ำซำ สิ่งดีๆวนเวียนกลับไปกลับมาหาตัวเราไม่สิ้นสุด
แล้วก็มีอีกหมายเลขที่มีทั้งความหมายและความเชื่อที่แตกต่างกัน เหมือนเบอร์ 168 พออ่านผ่านๆก็เหมือนเลขธรรมดาไม่สวยอะไรนักหนา แต่ในภาษาจีนเขาหมายความว่า รวยสุดๆ รวยมหาศาล มโหฬาร ทำให้เลขนี้ราคาสูงมากไม่แค่วงการซิมมือถือเท่านั้น ทั้งวงการทะเบียนสวย วงการตัวเลขต่างๆก็นิยมมาก ขนาดรายการยังมีชื่อนี้เลยเห็นไหมครับ
เบอร์ตอง เบอร์เรียง เบอร์สลับ มีหลายๆเลขก็มีความหมายเฉพาะเจาะจงกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าใช้แล้วสบายใจและตั้งหน้าตั้งตาลุยทำมาหากิน ถือว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เป็นเครื่องมือในทางอ้อมให้คนจำเบอร์เราง่าย อันนี้ผมก็เห็นด้วยและสนับสนุน 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ แต่ไม่ใช่ว่าหาเบอร์ที่มีความหมายดีแต่กลับนอนรอโชคชะตา ไม่คิดก้าวหน้าด้วยฝีมือและความอดทนของตัวเอง ไม่ว่าจะเบอร์หรือเลขอะไร ความหมายแบบไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ ถ้าเป็นแบบนั้นก็แนะนำให้เลือกเบอร์ที่ราคาเหมาะสมกับเราดีกว่าครับจะได้ไม่เดือดร้อนครอบครัวและคนรอบข้าง แต่ถ้าคนไหนมีทุนทรัพย์ มีความเชื่อ มีความขยันทำมาหากิน อยากให้ดวงช่วยเกื้อหนุนก็ส่งเสริมอีกแรงครับ เลือกความหมายที่ชอบที่สุดได้เลยนะครับ เหมือนกับที่ผมเคยได้ยินมาว่าชีวิตคนเราแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ กรรมเก่า การกระทำ และดวง
ซึ่งกรรมเก่าเราแก้ไม่ได้ต้องหมั่นทำบุญและทำความดีมากๆเพื่อช่วยแก้และบรรเทา ด้านการกระทำ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ขยันก็ไม่อด สู้สุดๆก็มีสิทธิ์รวย ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนดวงนั้นเป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ แต่ละคนมีพื้นฐานดวงต่างกันไปแล้วแต่โชคชะตา แต่ถ้ามีของที่พึ่งทางใจบ้างและอาจจะช่วยเราได้ทางอ้อม (ไม่ได้แนะนำให้งมงายนะครับ) ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ถ้าคนเราขยันเหมือนกัน เก่งพอกัน ก็ชนะกันที่เรื่องนี้แหละครับ(เก่งบวกเฮ็ง)





